ในปี 2569 ทิศทางของของชำร่วยและของที่ระลึกจะมุ่งเน้นไปที่ 3 หัวใจหลักคือ ความยั่งยืน , การใช้งานจริง และ งานคราฟต์ที่มีเรื่องราว การเลือกไอเท็มให้โดดเด่นและสร้างคุณค่าให้สิ่งของที่อยู่ในตู้โชว์ ให้กลายเป็นของที่ผู้รับอยากหยิบออกมาใช้ในชีวิตประจำวัน

1. ของที่ระลึกที่บอกเรื่องราวเฉพาะตัว มาแรง
ในปีนี้ การนำงานฝีมือมาปรับดีไซน์ให้ดูโมเดิร์น ไม่ใช่แค่สกรีนชื่อธรรมดา แต่เป็นการออกแบบให้เข้ากับบุคลิก ความสนใจ เป็นเทรนด์ที่โดดเด่นมากสำหรับของที่ระลึกองค์กร เช่น :
- แก้วน้ำที่สลักคำนิยามและความทรงจำ
- ของชำร่วยที่มี QR Code เชื่อมไปสู่ข้อความที่บ่งบอกความทรงจำของผู้ให้หรือผู้รับ

2. เทรนด์ยั่งยืน (Sustainable) ของขวัญรักษ์โลกที่ยั่งยืน
Green Gifts ของชำร่วยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสินค้า รักษ์โลก มากขึ้น ในอนาคตเทรนด์รักษ์โลกจะยกระดับขึ้นจากการแค่ใช้ถุงผ้า ไปสู่การใช้วัสดุที่นวัตกรรมมากขึ้น เช่น :
- วัสดุทดแทนจากธรรมชาติ: เช่น กระดาษรีไซเคิลผสมเมล็ดพันธุ์ (ที่เมื่อใช้เสร็จสามารถนำไปปลูกต่อได้)
- ต้นไม้จิ๋วที่ให้ทั้งความหมายที่ดีและช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนโต๊ะทำงานเพื่อบรรยากาศที่ดีในการทำงาน

3. Wellness & Self-Care ส่งต่อสุขภาพและความผ่อนคลาย
ผู้คนในปี 2569 ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและการพักผ่อน ซึ่งส่วนใหญ่นิยมในคนวัยทำงาน ทำให้ของที่ระลึกในกลุ่มนี้จึงได้รับความนิยมสูงมาก เช่น :
- เครื่องหอมบำบัด เทียนหอม รวมไปถึง น้ำมันหอมระเหยที่ช่วยให้ผ่อนคลาย
- ชุดครีมบำรุงสูตรออร์แกนิคในบรรจุภัณฑ์ที่รักษ์โลก เป็นของชำร่วยที่คุณผู้ผู้หญิงชื่นชอบเป็นพิเศษ

4. Gadget & เทคโนโลยี สำหรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัล
สำหรับงานอีเวนต์หรือของขวัญพรีเมียมองค์กร ของใช้ไอทีที่ดูดีมีระดับยังคงครองใจผู้รับ เช่น :
- Power Bank ขนาดพกพาแบบพรีเมียมและแท่นชาร์จไร้สาย และ พัดลมพกพาไร้ใบพัดดีไซน์สวย
- ปากกาโลหะคุณภาพสูงที่สลักชื่อเฉพาะบุคคล ช่วยสร้างความประทับใจและความรู้สึกพิเศษ